มีเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับวิวัฒนาการ การแต่งกาย สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ มาอ่านกันน่ะครับ

มีเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับวิวัฒนาการ

มีเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับวิวัฒนาการ การแต่งกาย สมัยกรุงรัตนโกสินทร์ มาอ่านกันน่ะครับ

มีเรื่องราวมากมายเกี่ยวกับวิวัฒนาการ การสถาปนา กรุงรัตนโกสินทร์ เป็นราชธานีใน ปี พุทธศักราช ๒๓๒๕ นับว่าเป็นจุดเริ่มที่สำคัญอีกครั้งหนึ่ง ของสยามประเทศ การสืบสานวัฒนธรรมจารีตประเพณีอันดีงามมาแต่ว่าครั้งโบราณได้ถูกสืบต่ออย่างมิได้ขาดสาย การแต่งกายถึงเป็นตัวอย่างหนึ่งที่ชี้ให้เห็นถึงวัฒนธรรมที่มีการตกทอดมาตั้งแต่สมัยอยุธยาจนกระทั่งการ ผสมผสานกับการวัฒนธรรมของชาวตะวันตก รูปแบบ

การแต่งกายในสมัยรัตนโกสินทร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งภายใน พระราชสำนัก ถือเป็นแม่แบบที่ทำให้เราได้ศึกษาถึงรูปแบบของการแต่งกายได้เป็นอย่างดี นับตั้งแต่ พระมหากษัตริย์ พระบรมวงศานุวงศ์ในระดับต่างๆขุนนาง ข้าราชการ จนกระทั่งถึงพ่อค้าคหบดี ประชาชนบุคคลโดยธรรมดา รูปแบบและก็การแต่งกายในแต่ละสถานะต่างมีเอกลักษณ์ในแบบของตนเอง รวมไปถึงองค์ประกอบอื่นๆที่นำเข้ามาประกอบ ไม่ว่าจะเป็นเครื่องเพชรพลอยเครื่องประดับประเภทต่างๆแล้วก็ทรงผม ดังนี้ย่อมมีการทรงไว้ตามแบบอย่างจารีตเริ่มแรก รวมทั้งเปลี่ยนแปลงไปตามสมัยตามสมัยนิยมเพื่อสอดคล้องกับชีวิต ชีวิตความเป็นอยู่รวมทั้งบริบททางด้านสังคม

ในยุคสมัยต้นของกรุงรัตนโกสินทร์รูปแบบการแต่งกายยังคงได้รับเอกลักษณ์มาแต่ครั้นกรุงศรีอยุธยา ตกทอดทางบันทึกเหตุการณ์ความทรงจำ บันทึกในรูปแบบประเภทต่างๆตลอดทั้งจิตรกรรมรวมทั้งประติมากรรม ที่แสดงออกถึงลักษณะสำหรับการแต่งตัว จะเห็นได้ชัดในสมัยรัชกาลที่ ๑ – รัชกาลที่ ๓ โดยเฉพาะ ภายในราชสำนักและชนชั้นสูง พ่อค้าคหบดีผู้มีทรัพย์ กระจายไปสู่ภายนอกสำนักสู่ประชาชนสามัญทั่วๆไป สำหรับการรับแบบอิทธิพลดังที่กล่าวถึงแล้วนี้ย่อมเป็นไปตามสถานะภาพของแต่ละชนชั้นด้วย สมัยพัฒนาการที่ การเปลี่ยนแปลงทางด้านการแต่งกาย เริ่มได้รับการผสมผสานกับวัฒนธรรมตะวันตกซึ่งเข้ามา มีอิทธิพล มาตั้งแต่สมัยต้นของกรุงรัตนโกสินทร์ ภาพดังกล่าว

ปรากฏเด่นชัดในช่วงรัชกาลที่ ๔-๕ การแต่งกายแบบไทย- จารีตประเพณียังคงได้รับการสืบทอดได้อย่างแจ่มแจ้ง เมื่อมีงานพระราชพิธีสำคัญผสมผสานกับแบบอย่าง วัฒนธรรมตะวันตกที่เข้ามามีส่วนประกอบกับการแต่งกายไม่ว่าจะเป็น เครื่องเพชรพลอย พัด รองเท้า ถุงเท้า เป็นต้น ในส่วนของสามัญชนต่างก็ได้รับกระแสที่การเปลี่ยนแปลงในคราวนี้ด้วย ดังนี้ขึ้นอยู่กับสถานะ เป็นหลัก ในช่วงรัชกาลที่ ๖ – พุทธศักราช ๒๔๘๐ เป็นช่วงๆสมัยของการเปลี่ยนผ่านการแต่งกายเน้นการประสมประสาน ให้เป็นสากลเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ โดยมีการประสมประสานกับวัฒนธรรมเดิมในบางกรณี ประกอบกับการรับแบบฉบับ ที่ความเป็นตะวันตกอย่างแจ่มแจ้ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งตอนรัฐนิยมอย่างชัดเจน

แหล่งที่มา valuablebook2.tkpark

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องข้อมูลจำเป็นถูกทำเครื่องหมาย *